มือชา เท้าชา อย่าประมาท

Last updated: 2018-03-20  |  626 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มือชา เท้าชา อย่าประมาท

มือชา เท้าชา อย่าประมาท อย่าชะล่าใจไป
"เบาหวาน" อาจถามหา

เป็น "เบาหวาน" ต้องหมั่นสังเกตอาการ "เท้าชา" "มือชา" ภาวะแทรกซ้อนน่าห่วง

อาการแทรกซ้อนของโรคภัยไข้เจ็บที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวาน โดยครอบคลุมถึงปัญหาอาการต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้เป็นโรคเบาหวานซึ่งมิใช่จะก่อให้เกิดความกังวลใจแก่ตัวผู้ป่วยเท่านั้น หากแต่คนใกล้ชิดในครอบครัวที่ต้องดูแลก็พลอยห่วงใยไปด้วยเพราะเป็นต้นเหตุของโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้มากอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว

อันตรายจากการเกิดโรคแทรกซ้อนมักจะรุนแรงมาก โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยเป็นโร คเบาหวานจะมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งโรคนี้มีอยู่สองชนิด

ชนิดที่ 1 คือ เบาหวานอายุน้อย จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน
ชนิดที่ 2 คือ อ้วนลงพุงไม่สามารถเอาอินซูลินไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

ทั้งสองชนิดเมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานานๆ จะทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยอักเสบ ทำให้เกิดการอุดตัน ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาก็จะเริ่มจากเส้นเลือดฝอยที่อยู่ไกลที่สุด นั่นก็คือ เส้นประสาทที่เท้า ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะ คือการชาที่เกิดจากเบาหวาน มักจะเป็นจากเส้นเลือดฝอยก่อน

ดังนั้นผู้ป่วยรวมทั้งผู้ใกล้ชิดที่ต้องดูแล จึงควรมีข้อมูลและต้องสังเกตอาการแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาทของผู้ป่วยเพื่อให้สามารถแยกแยะได้ถึงความผิดปกติ เช่น การสูญเสียการรับความรู้สึกที่อาจเริ่มจากชาตามปลายนิ้ว และลุกลามต่อไปยังส่วนอื่น ซึ่งจะแตกต่างกับอาการที่เกิดกับคนทั่วไป เช่น พังผืดกดทับเส้นประสาทเมื่อ ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ หรือเวลานั่งขัดสมาธิไหว้พระเวลานานแล้วรู้สึกยกข้อเท้าไม่ได้นั้นเป็นผลจากการที่เลือดมาเลี้ยงเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับได้ไม่พอ

ส่วนอาการชาที่เกิดกับผู้เป็นโรคเบาหวาน จะมีโอกาสเกิดมากกว่าคนทั่วไปโดยเส้นประสาทไม่ได้ถูกกดทับ คือเกิดขึ้นแม้จะอยู่เฉยๆ ก็อาจมีอาการชาเกิดขึ้นจากปลายเท้า แล้วเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ร่างกายของผู้ป่วย ส่วนที่สูญเสียการรับรู้ความรู้สึกได้สัมผัสกับของร้อน หรือเย็น หรือแม้กระทั่งได้รับบาดแผล ก็จะไม่ทำให้เจ้าตัวเกิดความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ “เท้า” ซึ่งหากประสาทการรับรู้ที่เท้าสูญเสียไปแล้ว จะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่รู้สึก ตัวเมื่อเดินไปเหยียบตะปู หรือของมีคม ที่สำคัญคือแผลของผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าคนปกติ หากได้รับการดูแลไม่ดีอาจทำให้เกิดการลุกลามจนอักเสบและติดเชื้อได้

โดยปกติแล้วหากควบคุมอาการอยู่ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่สิ่งที่น่ากลัวคือเบาหวานเป็นจุดเริ่มของโรคแทรกซ้อนที่อันตรายมาก ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรให้ความสำคัญในการควบคุมอาการของโรค และระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี เพราะหากเกิดการผิดพลาดตรงจุดนี้ จะทำให้โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานโรคใดโรคหนึ่ง หรือหลายโรคตามมา ดังเช่นภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งจะส่งผลให้หลอดเลือดเล็กๆ ที่มาเลี้ยงเส้นประสาท บริเวณปลายมือปลายเท้าเกิดพยาธิสภาพ และทำให้เส้นประสาทบริเวณดังกล่าว ไม่สามารถนำความรู้สึกต่อไป ได้
เช่น รู้สึกชาหรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือ

ซึ่งหากมีแผลแล้วผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวและไม่ดูแลแผลดังกล่าว ประกอบกับการมีน้ำตาลในเลือดสูงจึงเป็นอาหารอย่างดี ให้กับเหล่าเชื้อโรค ทำให้แผลเน่าจนนำไปสู่การถูกตัดอวัยวะในที่สุด
สำหรับในรายผู้ป่วยชายอาจมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com