กินผักยังไงให้ปลอดภัย

Last updated: 2018-06-29  |  326 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กินผักยังไงให้ปลอดภัย

กินผักยังไงให้ปลอดภัย


เรื่องนี้เป็นคำแนะนำของดร.วินัย ดะห์ลัน ท่านแนะนำในการล้างผักที่น่าสนใจมากในยุคที่เราไม่สามารถรู้ถึง แหล่งที่มาของผัก การปลูก การบำรุงต่างๆ เอาเป็นว่าเรามาป้องกันตัวเองกันดีกว่า

กรณีแรกคือ ต้องซื้อหาผักมากินเองนั้น แนะนำให้เลือกผักที่มีแนวโน้มว่าจะใช้สารเคมีค่อนข้างน้อย ซึ่งมีพืชผักในตลาดอยู่หลายชนิดที่ไม่ค่อยจะใช้สารเคมีสักเท่าไหร่ นั่นคือ ผักพื้นบ้านกับผักจากพืชยืน ต้น 

ไม่แนะนำให้ไปเลือกผักเศรษฐกิจที่ปลูกกันทั้งปี ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะใช้สารเคมีค่อนข้างมาก พืชผักเศรษฐกิจ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า ดอกกะหล่ำ ผักบุ้ง ผักชีไทย ผักชีลาว ฯลฯ พืชผักพวกนี้มักจะใช้สารเคมีค่อนข้างมาก ทั้งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืช หากเลี่ยงได้ก็ให้เลี่ยงเสีย หากเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องล้างให้สะอาด 

พืชผักที่แนะนำคือ พืชผักที่เพาะปลูกตามฤดูกาล อาจจะหายากอยู่สักหน่อยเพราะแบ่งแยกไม่ออกว่าชนิดไหนปลูกตามฤดูกาล ชนิดไหนปลูกนอกฤดูกาล หากเลือกยากนักก็ลองไปเลือกผักพื้นบ้านน่าจะดีกว่า ผักพื้นบ้านเป็นผักที่พบทั่วไปในท้องถิ่น ขึ้นตามรั้วบ้าง ปลูกเป็นพืชแซมดินบ้าง ไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้เป็นพืชเศรษฐกิจ ลองไปเดินดูตามตลาดสดดูเอาเถอะจะเจอะเจอผักพื้นบ้านเหล่านี้ในจำนวนไม่น้อย 

ผักพื้นบ้านที่เติบโตขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่ไม่มีการใช้สารเคมี เราจึงพอจะปลอดภัยจากสารเคมีได้มาก ผักอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยมีการใช้สารเคมีคือ ผักจากไม้ยืนต้น อย่างเช่น สะตอ เนียง เหลียง มะกอก แค ขี้เหล็ก ใครที่อยู่ทางภาคใต้มักจะคุ้นเคยกับการกินผักในกลุ่มนี้ 

คราวนี้ลองมาดูวิธีการล้างผักกันบ้าง ผักไม่ว่าจะเป็นผักประเภทมีสารพิษหรือปลอดสารพิษ เป็นผักล้มลุกหรือยืนต้น เป็นผักเศรษฐกิจหรือผักพื้นบ้าน ขอให้ยึดเรื่องการล้างผักให สะอาดปลอดภัยเป็นอันดับแรก  ซึ่งวิธีการล้างเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจให้มากสักหน่อย 

ไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อหาเครื่องล้างผักใช้โอโซนหรือใช้น้ำยาล้างผักราคาแพง มีวิธีง่ายๆ ในการล้างผักให้สะอาด ซึ่งมีคนเคยทำการศึกษาวิจัยมาแล้วพบว่าสามารถกำจัดสารพิษหรือยาฆ่าแมลงไปได้มาก ซึ่งก็ได้แก่ การล้างด้วยผงฟู หรือน้ำส้มสายชู หรือเกลือ หรือด่างทับทิม หรือการล้างด้วยน้ำเปล่า 

วิธีที่น่าจะดีที่สุดในการล้างผักคือ การใช้ผงฟู หรือโซเดียมไบคาร์โบเนต หรือโซดาไบคาร์โบเนต ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่ว ไปนี่แหละเติมลงในอ่างล้างผัก หรืออ่างขนาดกลางสักหนึ่งช้อนโต๊ะหรือหนึ่งช้อนซุป 

เติมน้ำให้เกือบเต็มอ่างแล้วแกะผักเป็นใบๆ ลงไปแช่ไว้ อย่าเพิ่งหั่นผักก็แล้วกัน แช่ผักไว้สัก 15-20 นาที จะกำจัดสารพิษออกไปได้เกือบ 90% ซึ่งถือว่ากำจัดไปได้มาก 

แช่ผักเสร็จตามเวลาที่กำหนดแล้วก็ให้ล้างน้ำเปล่าอีกสักหนึ่งครั้ง ผักจะสะอาดพอที่จะนำไปบริโภคได้โดยไม่เกิดปัญหา ส่วนวิธีการล้างผักด้วยน้ำส้มสายชู หรือเกลือ ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือเติมลงไปสักหนึ่งช้อนโต๊ะ เกลือหรือน้ำส้มสายชูหรือผง ฟูจะทำหน้าที่ลดแรงตึงผิวระหว่างผักกับสารพิษ ทำให้สารพิษหลุดออกมาจากผักได้ 

การล้างด้วยน้ำส้มสายชูนั้นมีบางคนแนะนำให้แช่นานถึง 40 นาทีจะช่วยลดสารพิษลงไปได้มาก ทั้งน้ำส้มสายชู ทั้งเกลือ โดยปกติจะลดสารพิษได้น้อยกว่าโซดาไบคาร์โบเนต จึงอาจจะต้องใช้เวลาในการแช่ผักนานกว่า 

ส่วนการล้างด้วยน้ำเปล่านั้น แนะนำให้ล้างผักด้วยน้ำผ่านหลายๆ น้ำ จะช่วยลดสารพิษลงไปได้ หรืออาจจะใช้วิธีการลวกผักด้วยน้ำร้อนแค่ให้ผักสลบแล้ว ล้างด้วยน้ำเย็นสักสองสามครั้ง สารพิษก็จะออกไปได้พอสมควร 

ถ้าเราปฏิบัติเพียงเท่านี้ก็ได้ผักสะอาดปลอดภัยไว้บริโภคได้แล้ว กินแบบมีความสุขได้เลยไม่ต้องระแวงกันอีกต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com