ใช้สมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย

Last updated: 2019-01-11  |  473 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ใช้สมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย

ใช้สมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย

ในปัจจุบันการแพทย์แผนไทยมี บทบาทมากขึ้นในการเข้าถึงระ บบสุขภาพของประชาชน ในทางเดียวันประชาชนก็เริ่ม หันมาให้ความสนใจในศาสตร์ด้ านการแพทย์แผนไทยเพิ่มมากขึ ้น 

เนื่องจากการแพทย์แผนปัจจุบ ันเพียงระบบเดียวไม่สามารถต อบสนองปัญหาสุขภาพได้อย่างค รอบคลุม จำเป็นต้องมีทางเลือกในการด ูแลรักษาสุขภาพจึงได้นำเอาก ารแพทย์พื้นบ้านหรือการแพทย ์ดั้งเดิมของแต่ละประเทศมาเ ป็นทางเลือก

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกั นก่อนสักเล็กน้อย เพราะเวลาที่เราพูดถึง “ยาสมุนไพร”คนส่วนใหญ่จะนึก ถึงเฉพาะสมุนไพรที่เป็นพืชเ ท่านั้น 

ความจริงแล้ว ยาสมุนไพรหมายรวมถึง ยาที่ได้จากส่วนของพืช สัตว์ และแร่ที่ยังไม่ได้ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ (พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510) (ยกเว้นการทำให้แห้ง) เช่น พืชก็ยังเป็นส่วนของราก ต้น ใบ ผล ซึ่งยังไม่ได้หั่น บด หรือสกัดเอาสารสำคัญออกไป 

นอกจากพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ เป็นยารักษาโรคต่างๆ แล้ว พืช ผัก ผลไม้นานาชนิดที่เรากินกันใ นชีวิตประจำวัน ก็จัดเป็นสมุนไพรเหมือนกัน แต่เป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์อ ่อนๆ เรียกว่าเป็นอาหารสมุนไพร ที่ให้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหา รและยารักษาโรคไปด้วยขณะเดี ยวกัน 

โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึง “หลักในการใช้ยาสมุนไพร” เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใ จและสามารถใช้สมุนไพรได้ถูก ต้องและปลอดภัย

สมุนไพร แม้จะเป็นสิ่งที่มาจากธรรมช าติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ม ีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้น เพราะที่สุดแล้วหากใช้ไม่ถู กต้อง ใช้ไม่ถูกกับอาการ ไม่ถูกกับโรค ปริมาณขนาดที่ใช้ไม่เหมาะสม  หรือใช้กับผู้ที่แพ้สมุนไพร บางชนิด ก็อาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถ ึงได้เช่นกัน 

ดังนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย ่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สมุน ไพรบำบัดโรค จะต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยว กับพืชสมุนไพรนั้นๆ ก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจ ะเกิดขึ้น 

นอกจากนั้น การนำสมุนไพรมาใช้เป็นยา ยังต้องคำนึงถึงรายละเอียดอ ื่นๆ อีกด้วย เช่น ธรรมชาติของสมุนไพรแต่ละชนิ ด สายพันธุ์ สภาวะแวดล้อมในการปลูก ฤดูกาล และช่วงเวลาเก็บ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อ การออกฤทธิ์ในการรักษาโรค ซึ่งหากทำไม่ถูกต้องตามหลัก วิชาการ คุณภาพของยาสมุนไพรนั้นๆ ก็จะด้อยประสิทธิภาพ 

ดังนั้นถ้าต้องการใช้สมุนไพ รอย่างให้ได้ผลดีที่สุด ก็ต้องใช้อย่างมีความรู้ โดยยึดหลักดังต่อไปนี้ (หลักการใช้ยา, สมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณ แห่งประเทศไทย) คือ

-ใช้ให้ถูกต้น สมุนไพรส่วนใหญ่มีชื่อพ้องห รือซ้ำกันมากแล้ว แต่ละท้องถิ่นก็อาจเรียกชื่ อแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่เป็นพืชชนิดเดียวกัน หรือบางครั้งชื่อเหมือนกัน แต่เป็นพืชคนละชนิด เพราะฉะนั้นจะใช้สมุนไพรอะไ รก็ต้องใช้ให้ถูกต้นจริงๆ ดังเช่นกรณีของหญ้าปักกิ่งท ี่ยกตัวอย่างข้างต้นที่นำหญ ้าชนิดอื่นมาขายคนที่ไม่รู้ จัก

-ใช้ถูกส่วน พืชสมุนไพรไม่ว่าราก ดอก ใบ เปลือก ผล หรือเมล็ด จะมีฤทธิ์ในการรักษาหรือบำบ ัดโรคไม่เท่ากัน แม้กระทั่งผลอ่อน หรือผลแก่ก็มีฤทธิ์แตกต่างก ัน ดังนั้น การนำมาใช้ก็ต้องมีความรู้จ ริงๆ

-ใช้ให้ถูกขนาด ธรรมชาติของยาสมุนไพร คือ หากใช้น้อยไป ก็จะรักษาไม่ได้ผล แต่ถ้าใช้มากไปก็อาจเกิดอัน ตรายต่อร่างกายได้ เช่นกัน

-ใช้ให้ถูกวิธี สมุนไพรที่จะนำมาใช้ บางชนิดต้องใช้ต้นสด บางชนิดต้องผสมกับเหล้า บางชนิดใช้ต้มหรือชง ซึ่งหากใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่เ กิดผลในการรักษา

-ใช้ให้ถูกโรค เช่น มีอาการท้องผูก ก็ต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ เป็นยาระบาย ถ้าไปใช้สมุนไพรที่มีรสฝาด จะทำให้ท้องยิ่งผูกมากขึ้น

โดย อาการและโรคที่ไม่ควรใช้สมุ นไพร หรือถ้าหากจะใช้ควรปรึกษา แพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทย ชำนาญการ ในการรักษาโรคเหล่านี้ เนื่องจากยาสมุนไพรเป็นยาที ่ออกฤทธิ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องใช้เวลาพอสมควร 

ดังนั้นหากเจ็บป่วยด้วยโรคร ้ายแรง (เช่น มะเร็ง โรคเอดส์ บาดทะยัก ดีซ่าน) โรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ) โรคติดเชื้อต่างๆ (เช่น ปอดบวม ไข้ไทฟอยด์ มาลาเรีย วัณโรค กามโรค) เป็นโรคบางอย่างที่ยังพิสูจ น์ไม่ได้ว่าสามารถรักษาได้ด ้วยสมุนไพรอย่างชัดเจน ก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้ยาสมุ นไพร 

นอกจากนี้ หากมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนรุนแรง ไอ เป็นเลือด ถ่ายเป็น มูกเลือด ชัก หอบ ตกเลือด ถูกงูพิษกัด เป็นต้น อาการเหล่านี้ไม่ควรใช้ยาสม ุนไพร แต่ควรจะไปพบแพทย์โดยเร็วที ่สุด

การป้องกันอันตรายที่อาจเกิ ดขึ้นจากการใช้ยา
ถ้ายาใดไม่เคยกินมาก่อนเลย ควรเริ่มกินในขนาดที่น้อยๆ ก่อน เช่น กินเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดท ี่กำหนดให้ รอดูว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ ้นในร่างกายหรือไม่ ถ้าไม่มีจึงค่อยกินต่อไป

อย่าใช้ยาเข้มข้นเกินไป เช่นยาที่บอกว่าให้ต้มกินธร รมดา ห้ามไปใช้ต้มเคี่ยวกิน เพราะยาจะเข้มข้นเกินไปจนทำ ให้เกิดพิษได้ เช่นยาขับน้ำนม ถ้าต้มเคี่ยวจะทำให้ยาร้อนเ กินไปจนน้ำนมแห้งได้

ควรรู้พิษของยาก่อนใช้ เพราะไม่มียาอะไรที่ไม่มีพิ ษ การรู้จักพิษจะทำให้มีความร ะมัดระวังในการใช้มากขึ้น
ไม่ควรกินยาตัวเดียวทุกวันเ ป็นเวลานานๆ โดยไม่จำเป็น โดยทั่วไปไม่ควรกินยาอะไรติ ดต่อกันทุกวันเกินหนึ่งเดือ น เพราะจะทำให้เกิดพิษสะสมขึ้ นมาได้ 

ข้อนี้สำคัญเพราะคนส่วนใหญ่ คิดว่าเป็นยาสมุนไพรคงไม่มี พิษอะไร กินทุกวันคงไม่เป็นอะไร แต่ความจริงคือ ทุกอย่ามีทั้งคุณและโทษ กินมากไปก็อาจเกิดผลไม่ได้ไ ด้เช่นกัน

คนที่อ่อนเพลียมาก เด็กอ่อนและคนชราห้ามใช้ยาม าก เพราะคนเหล่านี้มีกำลังต้าน ทานยาน้อย จะทำให้ยาเกิดพิษได้ง่าย

ดังนั้นก่อนจะใช้ยาสมุนไพรแ นะนำให้ท่านไปปรึกษาหรือขอค ำแนะนำจากแพทย์แผนไทยใกล้บ้ านท่าน ก่อนที่จะเสียโอกาสและเสียเ วลาที่จะต้องมารักษาอาการเจ ็บป่วยหลังจากการใช้สมุนไพร ที่ไม่ถูกต้อง

วันนี้ทุกคนน่าจะมีความเข้า ใจเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรมา กขึ้นนะครับ ว่ามีสำคัญยังไงในการเลือกใ ช้สมุนไพรแต่ละชนิด เพราะถ้าใช้ไม่ถูกต้น ไม่ถูกส่วน ไม่ถูกขนาด ไม่ถูกวิธีและไม่ถูกกับโรค ก็จะทำให้เราไม่หายจากอาการ เจ็บป่วยที่เป็นอยู่หรือร้า ยแรงไปกว่านั้น อาจจะไปเพิ่มความเจ็บป่วยให ้แก่เราได้อีกด้วย

บทความโดย
นายบดินทร์ ชาตะเวที นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
 
 
 

Powered by MakeWebEasy.com