ว่าด้วย... โรคไมเกรน

Last updated: 2020-01-28  |  684 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ว่าด้วย... โรคไมเกรน

ว่าด้วย... โรคไมเกรน

โรคไมเกรน (migraine) เป็นโรคปวดหัวแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะอาการที่สำคัญ คือ ปวดตุ้บๆ ที่บริเวณขมับข้างเดียวหรือสองข้าง ก็เป็นไปได้เหมือนกัน โดยอาการปวดจะเป็นพักๆ เป็นๆ หายๆ ความรุนแรงของอาการปวด มีตั้งแต่ปวดปานกลางจนถึงรุนแรงมาก

ระยะเวลาในการปวดแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ประมาณ 4-7 ชม. อาการปวดจะกำเริบหรือรุนแรงมากขึ้นเมื่อเกิดความเครียด อากาศร้อนจัด อากาศหนาวจัด มี แสงจ้ามากๆ แล้วบังเอิญต้องอยู่ในบริเวณที่มีแสงจ้าขนาดนั้น หรือการอดนอน ขณะปวดหัวไมเกรนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และมีความรู้สึกว่าตัวเอง “ไวต่อแสงหรือเสียง” คนที่เป็นไมเกรน มักอยากอยู่ในห้องมืดและเงียบ เพราะจะทำให้อาการปวดมากๆ นั้นรู้สึกทุเลาลง

สาเหตุของไมเกรนนั้นเกิดจากการอักเสบของเส้นเลือด และเส้นประสาทรอบๆ สมอง ระบบประสาทผู้ป่วยที่เป็นโรคไมเกรนจะมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และสิ่งแวดล้อมมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้ ระบบประสาทจะมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการอักเสบดังกล่าวเกิดขึ้น และอาการปวดอย่างรุนแรงตามมา ปัจจัยกระตุ้นมีดังนี้

- อาหาร สำหรับคนทำงานออฟฟิศที่มักรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือ หนุ่มนักดื่มทั้งหลายที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หลังเลิกงานประจำ อาหารที่ใส่ผงชูรสหรือสารถนอมอาหาร อาหารที่อุดมด้วยน้ำตาลและไขมันอย่างช็อคโกแล็ต หรือคนที่ชอบกินเนยเทียม สิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้

- การนอนหลับ การนอนหลับมากหรือน้อยเกินไป สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดได้

- ฮอร์โมน คุณผู้หญิงจำนวนมากที่เป็นไมเกรน บางคนจะมีอาการปวดไมเกรนในช่วงที่มีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก การที่คุณผู้หญิงมีประจำเดือนนั้น ร่างกายจะหลั่งสารเอสโตรเจนออกมา ทำให้เลือดนั้นข้นเหนียว เมื่อเลือดข้นเหนียวมากจึงไหลได้ช้า และอุดตันได้ง่ายกว่าชาย เส้นเลือดจึงตีบแล้วโป่งออกอย่างรวดเร็วทำให้ต้องปวดหัวอย่างแรง พร้อมกับปวดท้องประจำเดือนไปด้วย บางคนที่ใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดบางชนิดอาจกระตุ้นให้มีอาการปวดไมเกรนที่รุนแรงหรือไม่ก็ระยะเวลาในการปวดไมเกรนกินเวลานานมากขึ้น

- สิ่งแวดล้อม เช่น การที่อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น “อากาศร้อนมาก” หรือ “อากาศเย็นมาก” อยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน หรือได้กลิ่นบางอย่างก็ทำให้ปวดหัว เช่น กลิ่นน้ำหอม ควันบุหรี่ หรือการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

- ความเครียด ต้นเหตุสำคัญหลักๆ ของโรคนี้เช่นเดียวกับโรคออฟฟิศอื่นๆ แม้แต่คนปกติที่ไม่ได้เป็นไมเกรนเวลาเครียดแล้วยังรู้สึกปวดหัวเล็กๆ
อีกสาเหตุหนึ่งของคนที่เป็นไมเกรน คือ เกิดความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Serotonin เจ้า serotonin ที่ว่านี้เป็นสารสื่อประสาทถูกใช้ในการรับรู้สัญญาณที่ซับซ้อนในตัวของคนเรา สาร serotonin มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ให้เป็นปกติ เป็นตัวควบคุมความโกรธ (anger) และความก้าวร้าว (aggression) ได้ ดังนั้นในคนปกติ ถ้ามีการเสียสมดุลของสารนี้ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดไมเกรนได้เช่นกัน

แล้วจะรักษาอย่างไรได้บ้าง?
ปกติการรักษาไมเกรนแบ่งออกได้ เป็น 2 ส่วนคือ

1. รักษาระยะเฉียบพลัน
การรักษาไมเกรนแบบนี้ดูที่อาการของคนป่วย คือหากมีอาการปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง ต้องรับประทานยารักษาภาวะเส้นเลือดตีบแล้วโป่งออกอย่างรวดเร็ว (การซื้อยามารับประทานต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง) แต่หากอาการเป็นต่อเนื่องปวดไมเกรน เกิน 2 ครั้งใน 1 เดือน อาจทำให้เกิดอาการติดยาแก้ปวดได้ หรือไม่ก็มีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา กินยาแล้วก็ยังไม่หาย ต้องเปลี่ยนวิธีรักษา

2. รักษาแบบป้องกันไมเกรน
คนที่รู้ว่าตัวเองเริ่มเสี่ยงจะเป็นไมเกรนแล้วคือ รู้สึกปวดหัวบ่อย แถมปวดข้างเดียวอีกต่างหาก ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการดำรงชีวิต ทั้งความเครียดในที่ทำงาน การไม่อยู่ในสถานที่ร้อนหรือเย็นเกินไป การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ก็ไม่ควรนอนนานเกินไป การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงอาหาร ประเภท ชา กาแฟ ผงชูรส หรือผลไม้ อย่างกล้วยหอม เป็นต้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

กล่าวโดยสรุปได้ว่า สามารถรักษาได้ด้วยการเข้ารับการรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่กันไปเพื่อผลลัพท์ที่ดีกับสุขภาพโดยรวม และป้องกันมิให้เป็นโรคนี้อีก

Powered by MakeWebEasy.com