ปวดเข่า อาจไม่ใช่แค่ข้อเข่าเสื่อม!

Last updated: 2020-09-28  |  312 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปวดเข่า อาจไม่ใช่แค่ข้อเข่าเสื่อม!

ปวดเข่า
อาจไม่ใช่แค่ข้อเข่าเสื่อม!

นพ.ภคภณ อิสรไกรศีล ศัลยแพทย์ด้านผ่าตัดผ่านกล้องข้อเข่าและข้อไหล่ แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า...

ข้อเข่า ประกอบด้วยกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง ลูกสะบ้า นอกจากนี้ยังมีอวัยวะที่สำคัญอย่าง กระดูกอ่อน และน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า ที่ทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหวของข้อเข่า นอกจากนี้ ยังมี เอ็นรอบๆ ข้อเข่า และเอ็นไขว้หน้าเอ็นไขว้หลังที่อยู่ด้านใน ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของเข่า และ หมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้ารองรับแรงกระแทกบริเวณเข่า ช่วยดูดซับและกระจายแรงจากน้ำหนักตัว

>> อาการปวดเข่า สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น
"เส้นเอ็น" (Ligament) หากมีการใช้งานซ้ำๆ เช่น นักกีฬา ที่มีการใช้งานเข่าซ้ำๆ อาจส่งผลให้เส้นเอ็นลูกสะบ้าทำงานหนัก ทำให้อักเสบ หรือการเกิดอุบัติเหตุระหว่างเล่นกีฬา หรือฝึกซ้อม การกระทบกระแทกรุนแรงจากการแข่งขันกีฬา เกิดการล้มเข่าบิด อาจทำให้เอ็นรอบๆข้อเข่าหรือเอ็นไขว้หน้าด้านในฉีกขาด ส่งผลให้เกิดการปวดบวมเข่า ข้อเข่าไม่มั่นคงได้

"กระดูกอ่อน" (Cartilage) เป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดเข่าได้เช่นกัน ที่พบได้บ่อย เช่น กระดูกอ่อนลูกสะบ้าโดยอาจจะเป็นร่วมกับเอ็นลูกสะบ้าอักเสบก็ได้ เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ หรือมีการกระแทกซ้ำๆ จนทำให้เกิดการอักเสบหรือสึกหรอขึ้นบริเวณกระดูกอ่อน หรือการงอเข่า นั่งยองเป็นประจำ การใช้งานข้อเข่าในการเดินขึ้นลงบันได ร่วมกับกล้ามเนื้อโดยรวมของสะโพก และขาไม่แข็งแรงมากพอ ก็ส่งผลทำให้คนไข้เกิดอาการปวดเข่าได้ หากเกิดการบาดเจ็บรุนแรง กระดูกอ่อนอาจจะหลุดร่อน เป็นชิ้นมาขัดในข้อเข่าได้ (Loose Body)

"หมอนรองกระดูก" (Meniscus) ปัญหาของหมอนรองกระดูกอาจเกิดจากความเสื่อมของเนื้อหมอนรองกระดูกตามการใช้งานตามอายุ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา กระดูกอ่อนเกิดการเสียดสีกันไปเรื่อยๆ เกิดการสึกหรอไปเรื่อยๆ กลายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้

ทั้งนี้ สาเหตุอื่นๆ เช่น การหกล้ม หรือลื่นไถลผิดท่า อาจจะทำให้หมอนรองกระดูกที่มีความเสื่อมอยู่แล้วฉีกขาดรุนแรงมากขึ้นได้ แต่ในคนที่อายุน้อย ไม่ได้มีปัญหาความเสื่อมของหมอนรองกระดูก หากประสบอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกฉีกขาด และมีอาการปวดเข่าได้เช่นกันในทุกเพศทุกวัย

ภาวะข้อเข่าเสื่อมก็จะมีอาการปวดเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากปวดด้านในข้อเข่า หากอาการเสื่อมเป็นรุนแรงขึ้น ก็จะทำให้ปวดทั่วๆ หัวเข่าตามมา ซึ่งสาเหตุข้อเข่าเสื่อมอาจจะเกิดจากมีการบาดเจ็บของส่วนต่างๆ ในข้อเข่า เช่น เส้นเอ็น หรือหมอนรองกระดูก และถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที

>> แนะนำวิธีป้องกันอาการปวดเข่า
การป้องกันสามารถทำได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง คนที่มีน้ำหนักตัวมากควรลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงท่าที่เสี่ยง งอเข่า นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ อาจฝึกการบริหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพก

- ท่าเหยียดขาตรง (Straight Leg Raising) นั่งเก้าอี้ให้หลังตรง ยกขาขึ้น เข่าเหยียดตรงไม่งอ ค้างไว้ นับ 1-10 ต่อเซต ได้การบริหารกล้ามเนื้อต้นขา

- สควอช (Squat) กางขาสองข้างระดับหัวไหล่ สามารถยกแขนเพื่อบาลานซ์ตัว หลังตรงเกร็งหน้าท้อง หย่อนก้นและย่อเข่าลงมา พยายามให้หัวเข่าไม่เลยเกินปลายเท้า ย่อเข่าลง 90 องศา แต่ในผู้ที่มีอาการปวดเข่าแนะนำให้ย่อเข่าลงเพียง 45 – 60 องศา ที่เรียกว่าฮาร์ฟสควอช (Half Squat) ทำ 10 ครั้งต่อเซต

- Lunges เป็นท่าบริหารโดยการย่อขา เพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกคล้ายกับการสควอช แต่ใช้การก้าวมาด้านหน้า และย่อเข่าสลับกัน เป็นต้น
.
.
.
ข้อมูลจาก https://www.sanook.com/health/25187

Powered by MakeWebEasy.com