ในงาดำ... มีอะไร? ถึงได้การยอมรับ จากวงการแพทย์และนักธรรมชาติ

Last updated: 2021-05-06  |  152 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ในงาดำ... มีอะไร? ถึงได้การยอมรับ จากวงการแพทย์และนักธรรมชาติ

ในงาดำ... มีอะไร?
ถึงได้การยอมรับ
จากวงการแพทย์และนักธรรมชาติ
.
ในน้ำมันงาดำนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุ รวมถึงวิตามินหลายชนิดรวมกันที่ดีต่อสุขภาพ
.
เพราะเหตุนี้นักธรรมชาติบำบัดจึงกล่าวว่า หากมีการสกัดเฉพาะบางสารออกไปใช้จะให้ผลการป้องกันและรักษา โดยรวมอาจจะน้อยกว่าการกินงาดำและน้ำมันงาดำโดยตรงที่จะเป็นประโยชน์มากต่อร่างกายทั้งระบบ เพราะสารสกัดที่ทำการสกัดออกไปตามกระบวนการเคมีนั้นจะทำงานไม่เต็มที่ หรืออาจจะไม่ส่งผลเลยหากสารสกัดนั้นไม่ได้มาตรฐานหรือผิดกรรมวิธี
.
ที่สำคัญและน่าเป็นห่วงคือ สารสกัดนั้นได้ถูกสกัดออกมาแค่สารเดียวที่ต้องการนำมาใช้ แต่อาจจะทำให้ขาดสารอาหารสำคัญบางตัวที่ทำงานร่วมกันดังที่เคยรวมกันอยู่ในเมล็ดงาดำหรือน้ำมันงาดำ หรือสารอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์อาจจะหายไปในระหว่างการสกัดทางวิทยาศาสตร์
.
สารอาหารสำคัญที่ขาดไปก็เปรียบเหมือนนิ้วมือ หากขาดนิ้วใดนิ้วหนึ่งไปจะหยิบจับอะไรก็ไม่ถนัดทำงานอะไรก็ไม่ได้เต็มที่ ไม่เหมือนที่มีนิ้วมือครบทั้ง 5 นิ้ว หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ว่าคนคนหนึ่งทำงานเพียงคนเดียวกับทำงานแบบเป็นทีมเป็นหมู่คณะ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างกันอย่างลิบลับ
.
ข้อแนะนำของนักธรรมชาติบำบัดจึงพูดย้ำเตือนอยู่เสมอว่า ให้ใช้หรือกินแบบธรรมชาติหรือดัดแปลงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
.
ซึ่งก็คือควรกินงาดำที่ผ่านการบดและน้ำมันงาดำที่สกัดเย็นจากธรรมชาติจะดีที่สุด ทั้งให้ผลการป้องกันและรักษาสูงสุดได้ทั้งที่ต้องการรักษาเฉพาะและโดยองค์รวมเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งระบบ
.
แล้วในงาดำและน้ำมันงาดำมีสารอาหารสำคัญอะไรถึงวงการแพทย์และธรรมชาติบำบัดให้การยอมรับ
.
ขอเริ่มจากส่วนที่เด่นที่สุดเป็นสารสำคัญที่หาจากแหล่งอื่นไม่ได้และกำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลกคือ สารเซซามิน : Sesamin และสารเซซาโมลิน : Sesamolin สารซาเซมอล : Sasemol (เดิมเมื่อยังเป็นงาดิบ สารสำคัญนี้คือ สารเซซาโมลิน ในระหว่างกระบวนการทำน้ำมันงาและการนำเมล็ดงาไปคั่ว สารเซซาโมลิน จะเปลี่ยนเป็นเซซามอล) ทั้งสามสารสำคัญนี้เป็นสารในกลุ่มลิกแนน (Lignan) ที่มีคุณสมบัติสูงที่วงการแพทย์ให้การยอมรับ
.
โดยมีงานวิจัยมากมายจากหลายสถาบันระดับโลกที่ระบุว่าสารเซซามิน สารเซซาโมลิน และสารซาเซมอลและสารอาหารต่างๆ ที่มากหลายชนิดในงาดำและน้ำมันงาดำช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดี และมีการวิจัยการทดลองในการใช้อย่างได้ผลในคนได้จริง
.
(การวิจัยทดลองส่วนมากนั้นจะเริ่มจากการใช้การทดลองในสัตว์ทดลอง เมื่อได้ผลและเชื่อว่าน่าจะได้ผลกับคนจึงทำการวิจัยทดลองที่เรียกว่าการทดลองทางคลินิก หมายถึงการทดลองในมนุษย์ซึ่งเกี่ยวกับวิธีการวินิจฉัยหรือการรักษาพยาบาลทั้งในผู้ป่วยและ/หรืออาสาสมัครนอกเหนือจากวิธีปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานยอมรับกันทั่วไปในประเทศ หรือในสถาบัน เพื่อตรวจสอบประสิทธิผล ความปลอดภัยและ/หรือหาความรู้พื้นฐานสำหรับการรักษาในอนาคต) ทั้งในการป้องกันและรักษาโรคร้ายต่างๆ
.
อาทิ คณะวิจัยจากสถาบันจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศไทย ได้ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากเมล็ดและน้ำมันงาต่อมะเร็งเต้านม โดยการวิจัยคลอบคลุมสารสกัด 3 ชนิดคือ เซซามิน เซซาโมลินและเซซามอล ผลการวิจัยพบว่าสารสกัดจากงาทั้งสามชนิด มีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งเต้านม โดยขึ้นอยู่กับระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน
.
การศึกษากลไกในระดับโมเลกุลพบว่า ในสภาวะที่มีเอสโตรเจน สารสกัดจากงา มีฤทธิ์ลดการทำงานของตัวรับเอสโตรเจน ส่งผลให้เกิดการยับยั้งการเจริญของเซลมะเร็งเต้านม แต่ในสภาวะที่ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือมีเอสโตรเจนในความเข้มข้นต่ำ สารสกัดจากงาจะออกฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน โดยกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมโดยเอสโตรเจน เช่น pS2 และ Progesterone Receptor ซึ่งเกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม โดยฤทธิ์ของสารสกัดจากงามีฤทธิ์อ่อนกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ทั้งนี้ระหว่างสาร 3 ชนิดพบว่าเซซามอลมีฤทธิ์สูงสุด!
.
งานวิจัยเรื่องเซซามินจาก หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อของประเทศไทย ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รศ. ดร. ปรัชญา คงทวีเลิศ และคณะ ได้ทำการวิจัยเรื่องสารสกัดเซซามินในงาดำ และพบว่าสารเซซามินสามารถไปลดการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนได้อย่างชัดเจน ที่จะช่วยอย่างมากในการรักษาเรื่องข้อเสื่อมและข้ออักเสบ พร้อมทั้งดูแลเรื่องกระดูกพรุนได้และที่สำคัญสารเซซามินสามารถไปกระตุ้นเซลล์ให้สร้างกระดูกได้
.
นักวิจัยจากญี่ปุ่นให้ความสนใจเรื่องสารเซามินและซาเซมอลนี้เป็นพิเศษมากมายเพราะชาวญี่ปุ่นรู้จักงาดำและน้ำมันงาดำมาเป็นพันๆ ปี ทำให้ในวงการแพทย์ญี่ปุ่นมีงานวิจัยเรื่องสารเซซามินมากมายเพื่อค้นหาว่าในงาดำและน้ำมันงาดำ ทำไมถึงมีผลในการป้องกันและรักษาโรคได้มากมาย
.
เช่น งานวิจัยของของ Miyawaki และคณะ ที่บอกอย่างเด่นชัดถึงสารเซซามินในงาดำมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในคนได้อย่างชัดเจน และจากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า การที่ค่าความดันลดลงจะช่วยอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) ได้ (รวมถึงการนำไปใช้ร่วมกับน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ช่วยทำบำรุงสมองให้มีความจำดีเยี่ยมและปรับฮอร์โมนให้สมดุลในผู้หญิง)

.
และจากสถาบันทั่วโลกทั้งสหรัฐอเมริกาที่พอจะสรุปได้ว่า สารเซซามิน สารเซซาโมลิน และสารซาเซมอลสามารถลดการอักเสบที่จะช่วยอย่างมากในโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ การลดความเสี่ยงในโรคกระดูกพรุน ช่วยสลายไขมัน ป้องกันเซลล์สมองเสื่อม และลดการเกิดเนื้องอกและมะเร็งและอีกหลายโรคร้ายได้
.
ที่สำคัญมากๆ ก็คือการไปเสริมให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้นอย่างชัดเจน
เพราะงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกาที่สนใจเรื่องมะเร็งมากเป็นพิเศษ มีงานวิจัยต่อเนื่องล่าสุดได้พบสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งว่า มาจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นบกพร่อง ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลล์มะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอกสารอาหารที่ช่วยภูมิคุ้มกันที่ดี คือสารแอนติออกซิเดนท์ วิตามิน เกลือแร่ EFAs ฯลฯ เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น
.
สำหรับวิตามินอีเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซลล์หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซลล์ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลล์ที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป ในน้ำมันงาดำนั้นในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสารแอนติออกซิเดนท์และมีวิตามินอีสูงมาก คงช่วยให้ทุกท่านเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องงอกและมะเร็งได้แน่นอน ถ้ากินเป็นประจำ
.
- ในงาดำและน้ำมันงาดำมีโปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายคือ “กรดอะมิโนเมธิโอนิน” และ “ทริปโตเฟน” สูง ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย รา และไวรัส ลดอาการตับอักเสบ เบาหวาน และไมเกรน
.
- ในงาดำและน้ำมันงาดำมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงทั้งกรดไขมัน โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 สำหรับสารอาหารโอเมก้า จะมีทั้งในพืชและสัตว์ แต่ความสมดุลของโอเมก้าจะไม่เท่ากัน ความสมดุลของโอเมก้า 3-6-9 ในน้ำมันงาดำจัดว่ามากเป็นประโยชน์อย่างมากกับระบบสมองและหัวใจอยู่สูง
.
และส่งเสริมการเพิ่มไขมันตัวดีให้กับร่างกายมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลและกรดไลโนเลอิค ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมน ขยายหลอดเลือด ลดความดัน ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด สลายลิ่มเลือด ไม่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ป้องกันโรคหัวใจล้มเหลว อัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดที่เซลล์ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย และมีเซซามอลช่วยป้องกันโรคมะเร็งในโมเลกุลของน้ำมันมีไขมันที่ดี (HDL) สูงกว่าไขมันที่ไม่ดี (LDL)
.
- ในงาดำและน้ำมันงาดำมีวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 9 ไบโอติน ไคลิน ไอโนลิตอล กรดพาราอะมิโนเบนโชอิค ล้วนเป็นวิตามินบีทั้งสิ้นจะขาดก็แต่วิตามินบี 12 เท่านั้น ซึ่งดีต่อระบบประสาท และสารบำรุงประสาทจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา และปวดเส้นตามแขนขา ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง และวิตามินบีรวมนี้จะช่วยทำให้นอนหลับ บำรุงรากผมและป้องกันอาการปวดท้อง
.
- ในงาดำและน้ำมันงาดำมีวิตามินอี ที่จัดเป็นสารแอนติออกซิเดนท์ป้องกันเซลล์เสื่อม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเซลล์มะเร็งบางชนิดอาทิ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวย่นหรือหยาบกร้าน ดูเปล่งปลั่ง สดใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
.
อีกทั้งวิตามินอีที่ดีที่สุดคือวิตามินอีที่ไปแปรสภาพน้ำมันงา วิตามินอีช่วยให้กล้ามเนื้อลดการใช้ออกซิเจนลงได้ 43% ซึ่งช่วยการขาดออกซิเจนในกล้ามเนื้อหัวใจ ความสามารถของวิตามินอีในการสังเคราะห์ COENZYME Q10 ซึ่งเป็นส่วนประกอบของห่วงโซ่ระบบการหายใจ และยังช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถลดปริมาณการใช้อินซูลินลงได้ด้วย
.
- ในงาดำและน้ำมันงาดำมีแคลเซียมมีมากกว่านมวัว 6 เท่า มากกว่าผักถึง 40 เท่า อีกทั้งมีฟอสฟอรัสมากกว่าผัก 20 เท่า โดยแร่ธาตุทั้ง 2 ตัวนี้มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ไอโอดีน ช่วยป้องกันโรคคอพอก สังกะสีช่วยบำรุงผิวหนัง อีกทั้งยังมีแมกนีเซียม โพแทสเซียม และทองแดงอีกด้วย
.
สรรพคุณต่างๆ ในงาดำและน้ำมันงาดำคงพอจะทำให้ทุกท่านมีความมั่นใจว่า การกินงาดำและน้ำมันงาดำนั้นดีต่อสุขภาพของทุกคนได้จริงอย่างไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป และไม่มีสารตกค้างในร่างกายด้วยเป็นอาหารและยาจากธรรมชาติที่ดี มีคำแนะนำจากนักธรรมชาติบำบัดสำหรับสำหรับการกินน้ำมันงาดำเพื่อการบำรุงร่างกายเป็นอาหารอายุวัฒนะควรกินวันละ 1,000-3,000 มิลลิกรัม และถ้าต้องการได้ผลทางการรักษาตามคุณประโยชน์ที่น้ำมันงาดำช่วยได้จริงควรกินวันละ 3,000-5,000 มิลลิกรัม
.
น้ำมันงาดำที่มีคุณประโยชน์มากมายจนได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งพืชน้ำมัน” และอีกสมญานามหนึ่งคือ “ราชันย์แห่งธรรมชาติบำบัด”
.
.
ข้อมููลจาก "น้ำมันงาดำ ราชันย์แห่งธรรมชาติบำบัด"
โดย ทีมนักวิจัยและธรรมชาติบำบัด สมาร์ทไลฟ์ พลัส

Powered by MakeWebEasy.com